Skip to Content
Thank you for visiting.

Blogs

บทบาทขัดแย้ง (Roles Conflict)

ห้องเรียนคุณภาพ : ฝันถึง ICT ในห้องเรียน

การพัฒนาห้องเรียนที่เราสอนให้เป็นห้องเรียนคุณภาพ สพฐ.กำหนด เป็นแนวทางสำหรับครูโดยตรง  ที่จะเป็นผู้จัดการเรียนรู้ที่เน้นคุณภาพให้เกิดขึ้นในชั้นเรียนอย่างแท้จริง  ภายใต้แนวทาง  5 ประการ คือ

                            1) นำการเปลี่ยนแปลงสู่ห้องเรียนคุณภาพ

                            2) ออกแบบการจัดการเรียนรู้อิงมาตรฐาน

ธนาคารโรงเรียน : ผู้เรียนเป็นสำคัญ

ผมได้รับมอบหมายให้ดำเนินงานโครงการธนาคารโรงเรียน ซึ่งจริงๆ สำหรับครูผู้สอนอย่างผมแล้ว น่าจะเรียกว่า เป็นการจัดการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีวัตถุประสงค์ คือ 

Prepositions of Place คำบุพบทที่ใช้บอกเกี่ยวกับสถานที่

Prepositions of Place
Prepositions of Placeเป็นคำบุพบทที่ใช้บอกเกี่ยวกับสถานที่ คำที่มักใช้บ่อยคือat , in , on , to ซึ่งมีวิธีใช้ดังนี้
1. At ใช้ระบุตำแหน่งของสถานที่เป็นจุดย่อย ๆ เช่น ที่ร้านค้า ที่โรงเรียน ที่สนามบินและใช้กับบ้านเลขที่ ตัวอย่างเช่น
- I live at 141 New Road.
- She is waiting for me at the hotel.
- They are studying at Oxford University.
- I will meet you at the airport.
2. In ใช้ระบุถึง "ภายใน" ของสถานที่ ตัวอย่างเช่น
- She is sleeping in that room.
- I live in the centre of Bangkok.
- You shouldn't talk in the library.
3. On ใช้ระบุถึงตำแหน่งว่าอยู่ "บน" หรือ "ริม" ของสถานที่ ตัวอย่างเช่น
- She has been on the road for more than one hour.
- Bangkok is on the left bank of the Chao Phraya River.
- We will have our lunch on the train.
- Don't walk on the right of the street.

การใช้ there is, there are

การใช้ There is และ There are
         There is / There are มีความหมายว่า "มี" ใช้เมื่อต้องการจะบอกว่า "มีอะไรอยู่ที่ไหน" เช่น
           How many books are there on the table? (มีหนังสืออยู่บนโต๊ะกี่เล่ม)
           There is a book on the table. (มีหนังสืออยู่บนโต๊ะ 1 เล่ม)
           How many apples are there in the basket? (มีแอ๊ปเปิ้ลอยู่ในตะกร้ากี่ผล)
           There is an apple in the basket. (มีแอ๊ปเปิ้ลอยู่ในตะกร้า 1 ผล)
           How many pens are there under the chair? (มีปากกาอยู่ใต้เก้าอี้กี่ด้าม)
           There are two pens under the chair. (มีปากกาอยู่ใต้เก้าอี้ 2 ด้าม)

การใช้ much/ many

1.  การใช้และรูปแบบของ  much, many, few, little  :


                a. ใช้  much  และ  little กับ  คำนามที่นับจำนวนไม่ได้  (Uncountable Nouns)  ดังตัวอย่าง


                     much time          much luck         little energy         little money


                b. ใช้  many  และ  few  กับ  คำนามที่เป็นพหูพจน์  (Plural Nouns)  ดังตัวอย่าง

Past Simple Tense

Present Simple Tense

ประโยค Present Simple Tense

Present Simple Tense คือประโยคที่มีประธานตัวเดียวและกริยาตัวเดียว เป็นประโยคแบบง่ายๆ

ประกอบด้วย

Subject + Verb 1 + (Object).

ชนิดของประโยค

1. ประโยคบอกเล่า จะเขียนเรียงประโยคดังนี้ Subject + Verb1 + (Object). เช่น

She studies English four times a week.

We study Thai everyday.

- ถ้าประธานเป็นเอกพจน์ ( He, She, It, Tom, My sister, Chip ) ที่คำกริยา

จะต้องเติม s หรือ es

- ถ้าประธานเป็นพหูพจน์ ( They, We, You, I, My sisters, Chip and Trig )

ที่คำกริยาคงไว้เหมือนเดิม

2. ประโยคคำถาม จะต้องนำ Verb to do ( Do , Does ) มาวางไว้หน้าประโยคดังนี้

- ประธานเป็นเอกพจน์ เขียน Does ไว้หน้าประโยคและให้ตัด s หรือ es ที่คำกริยาออก คงไว้รูปเดิม

อย่าลืม ประธานจะต้องเขียนเป็นตัวเล็ก ยกเว้นชื่อ และ I ต้องเขียนตัวใหญ่เสมอ และที่ท้ายประโยค

ต้องใส่เครื่องหมาย ? ด้วย

Does she study English Four times a week ?

Does Chip come from another planet ?

Countable/Uncountable Nouns - นามนับได้/ไม่ได้

Countable/Uncountable Nouns - นามนับได้/ไม่ได้

 1.Countable Nouns ( นามนับได้ )



  • เป็นนามที่สามารถแยกนับจำนวนหนึ่ง สอง สาม... ได้ ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีรูปร่างก็ได้
    มีรูปร่าง (สามารถสัมผัสได้ ) – เช่น dog, chair , tree, school, country, student, biscuit
    ไม่มีรูปร่าง  ( ไม่สามารถสัมผัสได้ ) - เช่น  day , month, year, weekend, journey
    กิจกรรม : job, assignment


  • มีทั้งรูปเอกพจน์และพหูพจน์
    เอกพจน์:  เช่น  dog,country,day,year
    พหูพจน์:   เช่น  dogs,countries,days,years

Syndicate content