*-*ความหมายของเงิน*-*



ต้องการทำงานกรทรวงการต่างประเทศ:ต้องเรียนสาขาใด?
PDF
พิมพ์
อีเมล์


เขียนโดย Administrator   


ถ้าเราอยากจะทำงานในกระทรวงการต่างประเทศ เราต้องเรียนทางด้านใด

ถ้าเป็นเรื่องกระทรวงการต่างประเทศ ผู้จะให้คำตอบดีที่ซู้ดก็คือ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ท่านรัฐกิจ มานะทัต อธิบดีกรมสารนิเทศ ให้รายละเอียดไว้ดังนี้.....

เจ้าหน้าที่ การทูต 3(ระดับปริญญาตรี)รับเกือบทุกสาขา ได้แก่
รัฐศาสตร์
สาขารัฐศาสตร์การทูต
รัฐศาสตร์การปกครอง
รัฐศาสตร์บริหารก็ได้
ด้านนิติศาสตร์
นิเทศศาสตร์
วารสารศาสตร์สื่อสารมวลชน
อักษรศาสตร์
สาขาภาษาศาสตร์
ประวัติศาสตร์ ด้านบริหาร ด้านบัญชีก็ได้
แม้กระทั่งด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
ก็ยังได้ (ทำงานด้านระบบข้อมูล)

สำหรับเจ้าหน้าที่การทูต 4(ระดับปริญญาโท) ก็เหมือนกับเจ้าหน้าที่ 3 ยกเว้น ไม่มีบัญชีสาขาเดียว
ส่วนเรื่องเส้นสาย ในอดีตคนทำงานด้านการต่างประเทศเป็นแค่คนกลุ่มหนึ่ง แต่ในปัจจุบัน คนที่เข้ากระทรวงการต่างประเทศได้ขึ้นอยู่กับความสามารถและไม่มีสถาบัน
และยืนยันว่าไม่มีเส้นสายในการสอบเข้า
ทุกคนจะต้องผ่านทั้งการสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์จากข้าราชการระดับสูงของกระทรวง(ขึ้นอยู่กับสามารถของตนเอง)

 


ความหมายของเงิน
PDF
พิมพ์
อีเมล์


เขียนโดย Administrator   


    เงินตรงกับภาษาอังกฤษว่า Money ซึ่งแผลงมาจากภาษาลาติน ว่า  Moneta ซึ่งเป็นสร้อยของพระนาง Jono Moneta ตามประวัติศาสตร์ พวกชาวโรมันได้ใช้วิหารของ พราง junu Monete เป็นโรงกษาปณ์ คำว่าเงินจึงได้รากศัพท์มาจากคำว่า Moneta มีนักเศรษศาสตร์ได้ให้คำจำกัดความของเงินไว้หลายท่าน ดังเช่น D.H.Roberton เขียวไว้ในหนังสือไว้ว่า เงินคือ สิ่งที่ยอมรับกันอ่างกว้างขวางในการชำระสินค้า หรือการปลดเปลืองพันธะทางธุรกิจอย่างอื่นๆ A.G.Hart เขียงไว้ว่า เงินเป็นทรัพสินที่เจ้าของสามารถใช้ชำระหนี้สินจำนวนใดจำนวนหนึ่งอย่างแน่นอน และโดยไม่ล่าช้า ถึงแม้ว่าจะเป็นการติดต่อกับผู้ที่ตนไม่รู้จัก


วิวัฒนาการของระบบเศรษฐกิจและของเงิน


    วิวัฒนาการของระบบเศรษฐกิจและของเงินในแต่ละประเทศแต่ละสังคม มีความแตกต่างกันมากแต่ต่างก็มีสาเหตุคล้ายคลึงกัน คือ ความจำเป็นในทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้เพราะว่าในขณะที่สังคมขยายตัว ระบบการเปลี่ยนแปลงก็มีการเปลี่ยนแปลงไปด้วย จึงได้มีวิวัฒนาการของระบบเศรษฐกิจและของเงินซึ่งพอสรุปได้ 3 ระยะคือ



1. ระบบเศรษฐกิจที่ใช้สิ่งของหรือบริการแลกเปลี่ยน


  ในระยะแรกที่มนุษย์มีการติดต่อกัน มนุษย์ได้รู้จักเปลี่ยนโดยการนำสิ่งของการผลิตได้มาแลกเปลี่ยน เช่น การนำเอาเสื้อผ้ามาแลกกับข้าวสาร ไข่มาแลกกับรองเท้า เป็นต้น การแลกเปลี่ยนนี้เกิดจากการของเงินขึ้น กล่าวคือ มนุษย์ย่อมมีสิ่งที่เป็นค่านิยมที่ยอมรับในแต่ละสังคมเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน


2. ระบบเศรษฐกิจที่ใช้เงินเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน


   เมื่อการแลกเปลี่ยนระหว่างสิ่งของหรือการบริการ   มีความไม่สะดวกหลายประการ  มนุษย์ จึงหาวัตถุกลางมาเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน วัตถุกลางนี้คือ เงิน ซึ่งเงินอาจเป็นสิ่งของหรือวัตถุใดๆก็ได้ โดยมีวิวัฒนาการมาดังนี้


   2.1 เงินกษาปณ์
   2.2 เงินกระดาษ


3. ระบบเศรษฐกิจที่ใช้เครดิตเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน


   ในขณะที่เศรษฐกิจเจริญขึ้น กิจการค้าและอุตสาหกรรมขยายตัวอย่างกว้างขวาง การซื้อขายกระทำกันคราวละมากๆ ย่อมไม่สะดวกและปลอดภัยในการนำเงินติดตัวเพื่อไปซื้อขาย  จึงมีผู้คิดใช้เครดิตหรือความเชื่อในการซื้อขายสินค้ากัน เงินเครดิตจึงมีกำเนินขึ้น และเงินประเภทนี่จะมีใช้กันมากในสังคมที่มีระบบการธนาคารได้พัฒนาแล้ว


หน้าที่ของเงิน



เงินเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการชื้อขายแลกเปลี่ยนสิ้นค้า และบริการในระบบเศรษฐกิจ โดยที่เงินมีราคาที่แน่นอนเป็นหน่วยเงินตรา และเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป ในการซื้อขายและชำระหนี้ คุณลักษณะดังกล่าวจึงทำให้เงินสามารถทำหน้าที่ ซึ่งมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ 3 ประเภทด้วยกับ คือ


    ประเภทที่ 1 หน้าที่ขั้นต้น ได้แก่


     1. เงินเป็นเครื่องวัดมูลค่า
      หน้าที่ของเงิน ในแง่นี้ให้ความสะดวกในด้วนการใช้หน่วยของเงินสำหรับวัดมูลค่าของสิ่งของ และบริการ หน่วยของเงินนั้นแตกต่างกันในแต่ละประเทศ เช่น บางประเทศในหน่วยเป็นบาท กีบ ดอลลาร์ เปโซ ฟรังซ์ ปอนด์สเตอร์ลิง เป็นต้น มูลค่าของสินค้าและบริการแต่ละชนิดจะอยู่ในรูปของ ราคา ของสินค้าบริการนั้นๆ เช่น หมวกราคาใบละ 100 บาท เนื้อหมูกิโลกรัม ละ 38 บาท เป็นต้น


     2. เงินเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน
     เงินจะเป็นอะไรก็ได้ซึ่งเป๋นที่ยอมรับของคนทั้งไป ในสังคมว่าเป็นสื่อกลางในการกเปลี่ยน ดังนั้นเมื่อมีสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนแล้ว หากมีความต้องการสินค้าบริการใด ก็ไม้ต้องแสวงหาคนที่ต้องการแลกเปลี่ยนที่ตรกกันกับเราเหมือนวิธีแลกเปลี่ยนสิ่งของ


     ประเภทที่ 2 หน้าที่รอง ได้แก่


      1. เงินเป็นมาตราฐานในการชำระหนี้ในอนาคต
       ในระบบเศรษกิจปัจจุบันมีการขยายตัวในด้วนการค้า การติดต่อซื้อขายซึ่งกันและกันทั้งในและนอกประเทศ โดยทัวไปการค้าขายจะมีการผลัดเวลาการชำระเงินทุนดอกเบี้ย และหนี้สินต่างๆ จากปัจจุบันเป็นอนาคต ทั้งนี้ จะต้องอยู้ภายใต้ข้อจำกัดที่ว่า มูลค่าของเงินจะต้องไม้เปลี่ยนแปลงมากเกินไป


      2. เงินเป็นเครื่องรักษามูลค่า


      โดยทั่วไปในระบบเศรษฐกิจจะพยายามเลือกเก็บทรัพย์สินต่างๆ ให้เกิดประโยชน์ใกที่สุด การเก็บทรัพย์สินในรูปต่างๆมูลค่าของมันอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ชั้วระยะเวลาหนึ่ง ถ้าทรัพย์สิยนั้นมีมูลค่าสูงแต่ถ้าราคาลกต่ำลงก็ขาดทุน ทรัพย์สินบางชนิดเน่าเสียง่าย บางชนิดไม้สะดวกในการเก็บรักษา ดังนั้นจึงมีผิ้ยมแลกเปลี่ยนสิ่งของดังกล่าวเป็นเงิน เพราะเงินที่ดีมีมูลค่าคงตัวอยู่เสมอ


      ประเภทที่ 3 หน้าที่ประกอบ ได้แก่


      1. เงินเป็นเครื่องชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย


      ในข้อนี้รัฐจะต้องออกกฎหมายให้เงินที่ผลิตออกมา สามารถชำระหนี้ได้ถูกต้องได้ตามกฎหมาย และบนหน้าธนบัตรทุกฉบับก็จะมีข้อความอันนี้ยืนยันไว้ แต้ตัดว่า โดยไม่จำกัดจำนวน ออกไป


      2. เงินเป็นเครื่องประกันฐานะของลูกหนี้


       การค้าขายในปัจจุบันเป็นการค้าขายโดยใชแครดิตกันมาก โดยเฉพาะการค้าขายด้วยเงินเป็นจำนวนมากประกอบกับการดำเนินธุรกิจประจำวัน ย่อมจะต้องมีการกู้ยืมเงินกันเป็นนิจสิน การกู้ยืมนั้นผู้ขอยืมจะต้องมีเงินสดสำรองอยู่บ้าง


      3. เงินเป็นเครื่องมือในการโอนย้ายมูลค่า


      ในปัจจุบันนี้เงินทำหน้าที่เป็นหลักในการโอนหนี้ หรือโอนทรัพย์สินหนึ่งไปยังบุคคลหนึ่งหรือจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้โดยสะดวกและรวดเร็ว แม้ว่าในบาครั้งการโอนหนี้ การโอนเงินจะอยู้ในรูปของการใช้ดร๊าฟ หรือใช้เช็คก็ตาม  แต่การโอนดังกล่าวก็ใช้เงินเป็นรากฐานในการโอนเงิน


ลักษณะของเงินที่ดี



    โดยทั้งไปสิ่งของที่ใช้ทำเป็นเงิน จะต้องเป็นสิ่งที่สังคมยมรับเป็นสือกลางในการแลกเปลี่ยน เงินมีลักษณะที่แตกต่างกันไปตามลักษณะท้องถิ่น สภาพภูมิศาสตร์ และความจำเป็นของมนุษย์ สิ่งของที่มนุษย์นำมาใช้เป็นเงินมีมูลค่าคงตัวของมันเองที่จะนำมาใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ เช่น ใบชา สามารถใช้บำบัดร่างกายได้ แต่สิ่งของบางอย่างที่ใช้ทำเป็นเงินก็มีคุณลักษณะที่ไม่เหม้าสมที่จะเป็นเงิน ดังนั้นสิ่งที่เหมาะสม ที่จะนำมาเป็นเงินควรจะมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้


   1.เป็นสิ่งที่ยอมรับกันโดยทั่วไป เงินจะเป็นอะไรก็ได้ที่สังคมยอมรับว่าเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนดังนั้นจะเห็นได้ว่าเงินมีอยู่หลายชนิด ตามความแตกต่างของสังคม


   2. เป็นของที่หายาก  สิ่งของที่หาได้ง่าย ๆ มักจะมีค่าต่ำและไม่เป็นส่งที่ยอมรับกันโดยทั่วไป โดยทั้งไปมักจะนำมาใช้เป็นเงินเช่น กรวดหรือทราย มีอยู่มาก คนจึงไม่นิยมนำมาใช้เป็นเงิน ผิดกับสิ่งที่หายาก เช่น ทองคำ หรือโลหะเงิน ซึ่งเป็นของที่หาก จึงเหมาะที่จะนำมาเป็นเงิน


   3. มีความคงทน สิ่งที่จะนำมาเป็นเงินควรจะมีความคงทนถาวร ไม่เน่าเปื่อยสึกหรอหรือยุ่ยง่าย  หากสิ่งที่นำมาใช้เป็นเงินเน่าเปื่อยได้ง่ายมูลค่าก็หมดไปคนก็ไม้ยอมรับเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน


   4. เป็นของทีมีลักษณะเหมือนกัน เงินที่ใช้เป็นสือกลางในการแลกเปลียนควรมีลักษณะเหมือนกันเพื่อป้องกันให้เงินมีค่าคงที่


   5. เป็นของที่ดูออกง่าย คือเป็นสิ่งที่เห๋นก็ดูออกได้และรู้ว่าเป็นเงินจริงหรือเงินปลอมแต่เอาพลอยหรือเพชรมาทำเป็นเงินก็คงจะดูออกยาก และคงไม่สะดวกในการใช้


   6. สามารถแบ่งออกเป็นหน่วยย่อยๆได้ การทำธุรกิจการค่ามีการขายส่งขายปลีก ดังนั้นการใช่เงินจึงมีทั้งรายย่อยและรายใหญ่ สิ่งที่นำมาเป็นเงินควรจะแบ่งเป็นส่วนย่อยได้ดดยให้มีมูลค่าต่างกัน ดังนั้นจะเห็นว่า ได้มีการเอาโลหะมาเป็นเงิน


   7. เป็นของที่มีมูลค่าคงตัว เงินที่ดีจะต้องทนนาน ไม่เน่าเปื่อยหรือเสียง่ายนอกจากนั้นยังสามารถที่จะเก็บไว้ได้โดยมีมูลค่าคงตัวไม่เปลี่ยนแปลง


บทความจาก
ภพพล   ไชยวงค์//วัฒนพงค์  ศิลปสุนทร
อ.พิสันต์  ด่านไพบูลย์//อ.บุญเลิศ ฉิมเพ็ชร


สมาชิกในกลุ่มดอกอินทนิล<?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" />


1. เด็กหญิงกาญจนาพร มิ่งมูล เลขที่ 20


2. เด็กหญิง จันทิมา ปลื้มจิตร์ เลขที่ 22


3. เด็กหญิง นิรชา จำปาเณร  เลขที่ 28


4. เด็กหญิง ศุภรา วงศ์ชาลี  เลขที่ 37


ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1


อาจารย์ ที่ปรึกษา นางสาว สุกัญญา สุนทรา


อาจารย์ ผู้สอน นาย ประธาร วสวานนท์


ณ โรงเรียน น้ำยืนวิทยา